ไลฟ์คาสิโน » วิเคราะห์ทีมชาติเยอรมนี สู้ศึกยูโร 2020

วิเคราะห์ทีมชาติเยอรมนี สู้ศึกยูโร 2020

6 มิถุนายน 2021

78   0

วิเคราะห์ทีมชาติเยอรมนี สู้ศึกยูโร 2020

วิเคราะห์ทีมชาติเยอรมนี สู้ศึกยูโร 2020 ยุคสมัยรุ่งเรืองของ เยอรมนีผู้เคยชนะการแข่งขันชิงแชมป์ยุโรป 3 ขณะนี้พวกเขาเตรียมที่จะพร้อมที่จะแข่งยูโร 2020 แล้ว

หัวหน้าโค้ช โจอาคิม เลิฟ จะลาออกจากตำแหน่งหลังจากคุมทีมมา 15 ปี ในช่วงเวลานั้นเขาได้สร้างผลงานทีดีให้กับทีมชาติเยอรมันในฟุตบอลโลกและคอนเฟเดอเรชันส์คัพ

เขาจะสามารถคว้าถ้วยบอล ยูโร 2020 นี้ไปครองได้หรือไม่ก่อนที่เขาจะอำลาทีมไป ?

วิเคราะห์ทีมชาติเยอรมนี สู้ศึกยูโร 2020 เบื้องหลังและความพร้อม

โจอาคิม เลิฟ นายใหญ่ทีมชาติเยอรมัน อายุ 61 จะถูกแทนที่โดยนายใหญ่ของบาเยิร์นมิวนิคและอดีตผู้ช่วย ฮันซี ฟริค หลังจากจบการแข่งขันในทัวร์นาเมนต์นี้

ดังนั้นนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเขาจะอำลาทีม โดยเขาได้ดึงโธมัส มุลเลอร์ วัย 31 ปี ซึ่งหลุดจากทีมชาติ ไป และแมตส์ ฮุมเมิลส์ วัย 32 ปี เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีมในสภาพที่ไม่ค่อยสูงดีนัก

ชัยชนะครั้งสุดท้ายของพวกเขาในยูโรก็เกิดขึ้นที่อังกฤษกับสาธารณรัฐเช็กร่วมกันเป็นเจ้าภาพในปี 1996

การลงจากตำแหน่งนายใหญ่ทีมชาติเยอรมันของเขาด้วยการชูถ้วยยูโร 2020 ที่เวมบลีย์ ที่อังกฤษ จะเป็นจริงมั้ย

พวกเขาเข้ารอบมาได้อย่างไร

เยอรมนีที่ไม่เคยพลาดการแข่งขันชิงแชมป์ยุโรปมาตั้งแต่ปี 1968

พวกเขาไม่ผ่านเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายเพียง 3 ครั้งคือปี ในปี 1984, 2000 และ 2004

ทีมของ เลิฟ จบด้วยจ่าฝูงของกลุ่ม C ด้วยชัยชนะ 7 นัดจาก 8 นัด มีคะแนนดีกว่าเนเธอร์แลนด์ อยู่ 2 แต้ม แม้ว่าเนเธอร์แลนด์จะมาคว้าชัยชนะ 4-2 ที่ฮัมบูร์ก ในการแข่งขันนัดที่ 4 ก็ตาม

ที่น่ากังวลกว่านั้นคือฟอร์มล่าสุดของเยอรมนี 

ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกครั้งล่าสุด การพ่ายแพ้ต่อมาซิโดเนียเหนือ ซึ่งเป็นทีมที่ถือว่า ตัวนักเตะมีให้เลือกน้อยกว่าทีมเยอรมันและการพ่ายแพ้ต่อสเปน 6-0 เนชั่นส์ลีก ซึ่งพวกเขาอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ไม่ดีมาก ๆ

รูปแบบการเล่น

เป็นเรื่องยากที่จะคาดเดา 11 ตัวผู้เล่นตัวจริงของ เลิฟ เนื่องจากมีการเรียกตัวเก๋าของทีมเข้ามา Muller และ Hummels ซึ่งเป็นคู่หูผู้มีประสบการณ์ ซึ่งมาทดแทน Jerome Boateng ที่ไม่ติดทีมชาติมาตั้งแต่ปี 2019

การเปลี่ยนไปใช้ 4-3-3 สำหรับ 4 เกมหลังสุดแสดงให้เห็นว่า พวกเขาน่าจะปรับเปลี่ยนจากหลัง 3 จนกระทั่ง เลิฟ กลับมาใช้หลัง 3 ในเกมที่เสมอกับเดนมาร์ก 1-1 นัดล่าสุด

แต่การขาดฟูลแบ็คของเยอรมนีอาจจะทำให้ เลิฟ เลือกกับมาให้ หลัง 3 อีกในทัวร์นาเมนต์ก็ได้

โดยที่เลิฟเรียกมา ให้เล่นเป็นฟูลแบ็ค ได้แก่ Lukas Klostermann, Matthias Ginter, Robin Gosens และ Emre Can จะเห็นได้ว่านักเตะกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เล่นฟูลแบ๊คอาชีพอยู่แล้ว

แต่หันมามองใน ตำแหน่งกองกลางที่มี Joshua Kimmich, Leon Goretzka และ Ilkay Gundogan เป็นแกนนำที่่เข้าขากันอยู่แล้ว เพราะหลังๆ ชุดนี้จะเล่นร่วมกันตลอด

กองหน้า เลิฟ ต้องเลือกระหว่าง Kai Havertz, Serge Gnabry, Leroy Sane, Timo Werner และ Muller

รายชื่อผู้เล่นที่คาดไว้: นอยเออร์; คลอสเตอร์มันน์, รูดิเกอร์, ฮุมเมิลส์, โกเซ่นส์; โกเร็ตซ์ก้า, คิมมิช, กุนโดกัน; มุลเลอร์, นาบรี, ซาเน่.

ดาวเด่น : Serge Gnabry

Gnabry แนวรุกของบาเยิร์น มิวนิค จะเป็นจุดศูนย์รวมในแนวรุก ของทีมชาติเยอรมันแต่ดวงฟอร์มการเล่นที่ดรอปลงไป

โดยเจ้าตัว เพิ่งทำประตูได้ถึงเลข 2 หลักในลีกที่ 5 ติดต่อกัน แม้ว่า 10 ประตูและ 5 แอสซิสต์ของเขาจะยังน้อยกว่าฟอร์มการเล่นในปีก่อน ด้วยผลงาน 23 ประตูในบุนเดสลีกาในฤดูกาลที่แล้ว (12 ประตู 11 แอสซิสต์)

อดีตดาวรุ่งของอาร์เซนอลมีบทบาทสำคัญมากขึ้นสำหรับทีมชาติ โดยทำประตูได้ 8 ประตูจากรอบคัดเลือกยูโร 2020 เพียง 7 นัด

ดาวรุ่ง: จามาล มูเซียลา

โดยทีจริง จามาล มูเซียลา ดาวรุ่ง วัย 18 ปีน่าจะได้เล่นให้ทีมชาติอังกฤษในช่วงซัมเมอร์นี้

เกิดในสตุ๊ตการ์ท โดยมีพ่อเป็นชาวอังกฤษ-ไนจีเรีย และแม่ชาวเยอรมัน มิดฟิลด์รายนี้เป็นตัวแทนของทรีไลออนส์ในระดับอายุต่ำกว่า 21 ปี ล่าสุดในเดือนพฤศจิกายน 2020

ในขณะนั้นโค้ชเยาวชนชาวเยอรมัน Meikel Schonweitz กล่าวว่า: “เขาบอกอย่างชัดเจนว่าเขาเองอนาคตอยากเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ ซึ่งเรายอมรับการตัดสินใจของเขาและขอให้เขาโชคดีกับอาชีพนักกีฬาของเขา”

อย่างไรก็ตาม เดือนกุมภาพันธ์ มูเซียลา ประกาศว่าเลือกจะเล่นให้ทีมชาติเยอรมนี และเขาก็ได้ลงเล่นในนามทีมชาติเยอรมันครั้งแรกในฐานะตัวสำรองที่พบกับไอซ์แลนด์ในเดือนมีนาคม

ในปี 2020-21 อัจฉริยะวัยรุ่นคนนี้ ไม่มีใครที่บาเยิร์นเลี้ยงบอลต่อนัด (6.12 ต่อ 90 นาที) และสำเร็จ (3.78)

Musiala ถูกปรับใช้เป็นประจำทางปีกฝั่งซ้ายโดย ฟริก เลือกจะให้เขาตัดเข้าไปข้างในเพื่อสร้างช่องและโอกาสสำหรับเพื่อนร่วมทีม

โค้ช : Joachim Low

หลังจาก 15 ปีในตำแหน่งโค้ชใหญ่และ 17 ปีในการทำงานให้ทีมชาติ เลิฟ กำลังเตรียมที่จะก้าวลงจากตำแหน่ง

เมื่อเข้าสู่การแข่งขันทัวร์นาเมนต์จริง ๆ อัตราการชนะ ของการคุมทีมของเขาจะมีมากกว่า 60% ใน 200 การแข่งขันที่ผ่านมา

เลิฟ ส่วนใหญ่ใช้เวลาในออสเตรียบุนเดสลีกา ไม่ค่อยจะมีข่าวเรื่องครอบครัวเขามากนัก ทำให้การทำงานของเขาไม่ต้องมากังวลใจในเรื่องอื่นๆ มากนัก

DFB-Pokal รองแชมป์ยูฟ่าคัพกับสตุทท์การ์ทในยุค 90 คือเกียรติเพียงอย่างเดียวของเขา ในช่วงทีเขาเป็นนักเตะ

เคยคุมทีมออสเตรีย วีน และทิโรล อินส์บรุค ได้ถ้วยรางวัลมา แต่เวลาของเลิฟในฐานะนายใหญ่ของเยอรมนีอยู่ใกล้ที่จะถึงที่จะเป็นประวัติศาสตร์แล้ว

ชัยชนะระดับนานาชาติอีกครั้งในฐานะโค้ชของเยอรมนี จะเป็นเกียรติประวัติให้เจ้าตัวอย่างที่ทุกคนจะไม่มีทางลืม

ขอบคุณที่มา : FULLSLOT , SUPERSLOT , SPORT365TH ,LIVESCORE

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

sagame sexygame dreamgame prettygaming ag-game slotxo live22 jokergame pggames dragoonsoft spadegaming gamatron amabe ambpoker