ไลฟ์คาสิโน » วิเคราะห์ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ สู้ศึกยูโร 2020

วิเคราะห์ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ สู้ศึกยูโร 2020

8 มิถุนายน 2021

61   0

วิเคราะห์ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ สู้ศึกยูโร 2020

วิเคราะห์ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ สู้ศึกยูโร 2020 มีประเทศฟุตบอลยุโรปไม่กี่ประเทศที่มีเสน่ห์มากกว่าเนเธอร์แลนด์

เป็นที่รู้จักในฐานะ Total Football ซึ่งโดยพื้นฐานที่สุดคือหลักการของการครองบอล การเล่นบอลมาจากด้านหลังและการกดดันสูง สไตล์ที่สะดุดตาได้กลายเป็นต้นแบบให้กับหลาย ๆ ทีมในโลกฟุตบอลปัจจุบันนี้

แต่การเปลี่ยนแปลงและปรัชญารูปแบบนั้นสำหรับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ยังคงต้องพิสูจน์ให้โลกประจักษ์ในสิ่งที่พวกเขายึดมั่นทำมาโดยตลอด

เนเธอร์แลนด์ ได้รับรางวัลถ้วยรางวัลใหญ่เพียงรายการเดียวเท่านั้น คือ Euro 1988 และล้มเหลวในการคัดเลือกเข้ารอบในการแข่งขันครั้งสุดท้ายล่าสุด

วิเคราะห์ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ สู้ศึกยูโร 2020 เบื้องหลังและความพร้อม

หลังจากไปถึงรอบชิงชนะเลิศของ Nations League ในปี 2019 และจบอันดับที่ 2 เป็นรองแชมป์จากคู่ปรับเก่าอย่างเยอรมนี พวกเขาก็หวังว่าจะสร้างผลงานเข้าถึงรอบชิงในทัวร์นาเมนต์แรกในรอบ 7 ปี

โค้ชแฟรงค์ เดอ บัวร์ และลูกทีมของเขามีฟอร์มการเล่นที่ไม่แน่นอน โดยไม่ได้รับชัยชนะจาก 4 นัดแรกของเขาหลังจากมาถึงเมื่อปลายเดือนกันยายนปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ชัยชนะ 4 ครั้งจาก 6 ครั้งล่าสุดของพวกเขาทำให้เนเธอร์แลนด์มุ่งหน้าสู่ยูโร 2020 ด้วยการเล่นที่ดีอีกครั้ง ซึ่งพวกเขาหวังว่าจะสามารถผ่านเชารอบกลุ่ม C ที่ ร่วมกับออสเตรีย ยูเครน และมาซิโดเนียเหนือ ถือว่าเป็นกลุ่มที่ไม่น่าจะไม่มีปัญหาในการเข้ารอบของ ทีมชาติเนเธอร์แลนด์

พวกเขาเข้ารอบมาได้อย่างไร

โรนัลด์ คูมัน นายใหญ่คนก่อนได้แยกทางและไปคุมทีม บาร์เซโลน่าและ เดอ บัวร์ ก็เป็นผู้นำทีมชาติเนเธอร์แลนด์ผ่านเข้ารอบคัดเลือกยูโร 2020 – โดยที่ในกลุ่มรอบคัดเลือกไม่ได้แข็งมากนัก

จบอันดับ 2 ของกลุ่มตามหลังเยอรมนีและมี 6 แต้มนำหน้าไอร์แลนด์เหนืออันดับ 3 ของกลุ่มพวกเขาชนะ 6 นัดจาก 8 นัด เสมอ 1 และ แพ้ 1

ผลงานโดดเด่นมาก เฉลี่ยเสียน้อยกว่า 1 ประตูต่อเกมและยิงได้ 3 ประตูต่อ 1 เกมส์ แต่สิ่งที่พวกเขาทำมาอาจจะไม่มีความหมายถ้าผลงานในยูโร 2020 ออกมาไม่ดี

รูปแบบการเล่น

มี 2 แผนรูปแบบการเล่นที่ De Boer ชอบใช้งานเป็นหลัก ในเกมใหญ่ เขาอาจเลือกใช้ระบบ 5-3-2 โดยมี Luuk de Jong และ Memphis Depay ยืนค้ำหน้า

แต่ในรอบแบ่งกลุ่ม เมื่อพวกเขาเข้าสู่แต่ละเกมโดยจะปรับมาเป็น 4-2-3-1 มากกว่าเพื่อรอการสวนกลับ

ในแผน 4-2-3-1 นี้ Depay จะถูกจัดวางในตำแหน่งปีกซ้าย โดยมี Luuk de Jong เป็นจุดโฟกัสที่ได้รับการสนับสนุนจากกองกลาง Liverpool Georginio Wijnaldum ในบทบาท หมายเลข 10 และ Steven Berghuis อยู่ตำแหน่งปีกขวา

แฟรงกี้ เดอ ยอง จะทำหน้าที่ตัวตัดเกมส์ก่อนจะมาถึงกองหลัง ก่อนการหายไปที่ยังไม่หายดีจากอาการบาดเจ็บ Virgil van Dijk โดย Ryan Gravenberch ของทีม Ajax ถูกเรียกตัวมาทดแทน

Stefan de Vrij ของอินเตอร์มิลานจะเป็นตัวเล่นแทนตำแหน่ง ของ Van Dijk ขนาบข้างด้วย Matthijs de Ligt โดยมี Patrick van Aanholt และ Denzel Dumfries ที่จะเล่นที่ฟูลแบ็ค

การตัดสินใจครั้งสำคัญสำหรับเดอ บัวร์คือหลังจากที่ Jasper Cillessen โกล์ตัวจริงต้องถอนตัวหลังจากการทดสอบ coronavirus ผลเป็นบวก Marco Bizot เข้ามาแทนที่เขา แต่ Tim Krul และ Maarten Stekelenburg ก็อยู่ในข่ายจะเป็นตัวเลือกเช่นกัน 

ครูลเริ่มเกมส์เป็นตัวจริงในนัด เสมอ 2-2 กับสกอตแลนด์ในคืนวันพุธและดูเหมือนว่าเขาน่าจะได้ทำหน้าที่ต่อในศึกยูโร 2020 นี้

รายชื่อผู้เล่นที่คาดไว้: ครูล; ดัมฟรีส์, เดอ ลิกต์, เดอ วริจ, ฟาน อานโฮลท์; แฟรงกี้ เดอ ยอง, กราเวนเบิร์ช; เบิร์กฮุยส์, ไวจ์นัลดุม, เดปาย; แอล เดอ ยอง

ดาวเด่น : เมมฟิส เดปาย

บทบาทในทีมชาติ เดปายก็ยังเป็นผู้เล่นหลัก แม้จะเปลี่ยนบทบาทรูปแบบการเล่นของเขาในทีมชาติ

6 ประตูของเขาในหลายเกมระหว่างรอบคัดเลือกได้รับการพิสูจน์แล้ว เช่นเดียวกับ 20 ประตูในลีกเอิงกับลียง ซึ่งคาดว่าเขาน่าจะย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้เมื่อสัญญาหมดลง

มีการรายงานข่าว โคแมน ต้องการให้อดีตนักเตะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคนนี้ ย้ายไปร่วมทีมกับเขาที่บาร์เซโลน่า

Depay อายุ 27 ปี จะเล่นในรูปแบบปีกกึ่งและตัวป้นเกมส์ โดยพิ้นที่ทางปีกซ้าย และเขามันเขาจะหุบเข้ามาเล่นในพื้นที่ส่วนกลางเพื่อปั้นเกมส์และหาโอกาสจบสกอร์

ผลงานกับลียงเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ยิงไป 20 ลูก เลี้ยงบอลผ่านต่อนัด 2.3 ครั้งและสร้างโอกาสให้ทีม 5 ครั้ง ใน 90 นาที

หากทีมดัตช์หวังจะเข้ารอบลึก ๆ พวกเขาต้องให้เดปาย ท็อปฟอร์ม และด้วย 2 ประตูในเกมกับสก็อตแลนด์ เขาดูพร้อมที่จะสร้างผลให้โลกเห็นอีกครั้ง

ดาวรุ่ง : Ryan Gravenberch

Gravenberch เป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับเจ้าตัว ดาวเด่นคนล่าสุดดที่จะโผล่ออกมาจากระบบเยาวชนในตำนานของ Ajax พัฒนาเป็นกองกลางกลางสมัยใหม่ในอุดมคติและ playmaker ที่เล่นได้ทุกรูปแบบ

นักเตะวัย 19 ปีส่งบอลโดยเฉลี่ย 75 ครั้งต่อ 90 นาทีในเอเรดิวิซีในปี 2020-21 และสร้างโอกาสให้ทีม 6.5 ครั้ง ใน 90 นาที

โดยมี Frenkie de Jong รุ่นพี่จาก Ajax ที่ย้ายมาอยู่บาร์เซโลนาเล่นอยู่ข้างเขา พวกเขาทั้ง 2 คนจะเป็นนิวเจนให้กับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ในยุคนี้และต่อ ๆ ไป

Gravenberch เริ่มต้นและสร้างชื่อของเขาได้น่าประทับใจอย่างมากและไม่แปลกใจเลยถ้าจบยูโร 2020 จะมีหลายสโมสรแย่งซื้อเขากันอีกครั้ง

หัวหน้า: แฟรงค์ เดอ บัวร์

แม้จะมีชื่อเสียงในฐานะผู้เล่นในประเทศของเขา แต่เดอ บัวร์อาจโชคดีที่ได้รับงานนี้เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ครั้งหนึ่งเคยเป็นโค้ชที่นำอาแจ็กซ์คว้าแชมป์ลีก 4 สมัยระหว่างปี 2010 และ 2014 เป็นผลงานที่สุดยอดชื่อเสียงของเขาได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง หลังจากล้มเหลวในคุมทีมให้กับอินเตอร์, คริสตัล พาเลซ

นับตั้งแต่นั้นมา เขามีช่วงเปลี่ยนผ่านที่ค่อนข้างราบรื่น โดยแพ้เพียงแค่เกม 1 จาก 8 นัดแรกของเขาช่วงที่คุมทีมใน Nations League และฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก

ถ้าการได้ตำแหน่งเจ้ายุโรปเป็นครั้งที่ 2 ให้กับประเทศของเขา จะช่วยทำให้ชื่อเสียงด้านลบของเจ้าตัวหายไปในทันที

ขอบคุณที่มา : FULLSLOT , SUPERSLOT , SPORT365TH ,LIVESCORE

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

sagame sexygame dreamgame prettygaming ag-game slotxo live22 jokergame pggames dragoonsoft spadegaming gamatron amabe ambpoker